Show simple item record

dc.contributor.authorไพโรจน์ เบาใจ
dc.contributor.authorพูลศรี เวศย์อุฬาร
dc.contributor.authorพุทธมนต์ อัจฉริยนนท์
dc.date.accessioned2017-09-08T06:10:54Z
dc.date.available2017-09-08T06:10:54Z
dc.date.issued2560
dc.identifier.citationเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา ปีที่ 24 ฉบับที่ 1 2560en_US
dc.identifier.urihttp://repository.au.edu/handle/6623004553/19820
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิงตามสภาพแวดล้อม ทางการเรียนส่วนบุคคลบนเครือข่ายสังคม ออนไลน์เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และ การสื่อสารข้อมูลพื้นฐานให้ได้ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ 80/80 (2) หาค่าดัชนีประสิทธิผลจากการเรียน ด้วยบทเรียนอีเลิร์นนิงที่พัฒนาขึ้นให้มีค่า ไม่ต่ำ กว่า 0.70 (3) ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระหว่างกลุ่มควบคุมที่เรียนจากการ สอนแบบปรกติกับกลุ่มทดลองที่เรียนจากบท เรียนอีเลิร์นนิง (4) ศึกษาความคงทนในการเรียน รู้หลังจากเรียนด้วยบทเรียนอีเลิร์นนิงเมื่อเรียน ผ่านมาแล้ว 2 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ และ (5) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการ เรียนแบบ อีเลิร์นนิง ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัย ราชภัฎจันทรเกษม จำนวน 150 คน สุ่มเลือก กลุ่มตัวอย่างด้วยการสุ่มแบบง่าย จำนวน 60 คน ซึ่งกำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) บทเรียนอีเลิร์นนิงตามสภาพแวดล้อมทางการ เรียนส่วนบุคคลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ข้อมูลพื้นฐาน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ (3) แบบวัดความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการเรียน แบบอีเลิร์นนิง (4) แบบประเมินคุณภาพสำหรับ ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและอีเลิร์นนิง สถิติที่ใช้ ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยง เบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test แบบ Independent Sample และ Dependent Sample ผลการวิจัย พบว่า (1) บทเรียนอีเลิร์นนิง ตามสภาพแวดล้อมทางการเรียนส่วนบุคคลบน เครือข่ายสังคมออนไลน์ เรื่อง ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์และการสื่อสารข้อมูลพื้นฐานมี ประสิทธิภาพเท่ากับ 82.17/86.89 ซึ่งเป็นไป ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (2) มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ .7796 ทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้คิด เป็นร้อยละ 77.96 (3) เมื่อเปรียบเทียบผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า กลุ่มทดลองมีผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (4) ความคงทน ในการเรียนรู้หลังจากเรียนด้วยบทเรียน อีเลิร์นนิง เมื่อเรียนผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ กับการทดสอบหลังเรียนทันทีมี ผลการเรียนรู้ ไม่แตกต่างกันอย่ามีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่า บทเรียนที่พัฒนาขึ้นส่งผลต่อความคงทนในการ เรียนรู้ และ (5) นักศึกษามีความพึงพอใจต่อ การเรียนแบบอีเลิร์นนิงอยู่ในระดับมาก เพราะคุณค่าที่ได้จากประสบการณ์เรียนแบบ อีเลิร์นนิง ดังนั้น บทเรียนอีเลิร์นนิงที่พัฒนาขึ้น จึงสามารถนำไปใช้เพื่อการเรียนการสอนต่อไป ในอนาคตได้en_US
dc.description.abstractThe objectives of this research were (1) to develop an e-Learning base upon online personal learning environment through social networks on computer networking and data communications infrastructure to not less than the 80/80 (E1/E2) efficiency criteria (2) to study an effectiveness index of the developed e-Learning to not less than 0.70 (3) to compare learning achievement between a control group in traditional instruction and an experimental group in e-Learning courseware (4) to examine students’ retention after completing the course for 2 and 4 weeks and (5) to investigate students’ satisfaction towards the developed e-Learning courseware. The population was 150 undergraduate students at Chandrakasem Rajabhat University. 60 students were selected by a simple random sampling technique; they were divided into 2 groups: an experimental group and a control group, each group consisting of 30 students. The research instruments were (1) the e-Learning base upon online personal learning environment through social networks on computer networking and data communications infrastructure (2) an achievement test (3) a student’s satisfaction appraisal towards the e-Learning which included 20 items of 5-points rating scale and (4) a quality appraisal for content experts and e-Learning experts. The statistics used in this current research were mean, percentages, independent samples and dependent samples t-test. The research findings were: (1) the e-Learning courseware achieved the efficiency at 82.17/86.89 which met a predetermined criterion, (2) an effectiveness index was .7796 which gained 77.96 percent of students’ knowledge increased accordingly, (3) a comparison of students’ achievement found that the experimental group earned higher achievement rather than the control group, statistically significant at the .05 level, (4) the learning retention of experiment group students after completing the course and after 2 and 4 weeks later were not statistically significant different which could be implied that the developed e-Learning culminated in the learning retention and (5) the students were positively satisfied at above average level because of valued experience from the experiment. Therefore, the developed e-Learning can be implemented for future instruction.en_US
dc.format.extent17 หน้าen_US
dc.format.mimetypeapplication/pdfen_US
dc.language.isothaen_US
dc.publisherมูลนิธิศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุลen_US
dc.subjectอีเลิร์นนิงen_US
dc.subjectการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนส่วนบุคคลen_US
dc.subjectเครือข่ายสังคมออนไลน์en_US
dc.subjecte-Learningen_US
dc.subjectOnline personal learning envionmenten_US
dc.subjectSocial networksen_US
dc.titleการพัฒนาบทเรียนอีเลิร์นนิงตามสภาพแวดล้อมทางการเรียนส่วนบุคคลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ เรื่อง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสารข้อมูลพื้นฐานen_US
dc.title.alternativeDevelopment of e-Learning based upon online personal learning environment through social networks on computer networking and data communications infrastructureen_US
dc.typeTexten_US
mods.genreArticleen_US


Files in this item

Thumbnail

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record